
หลายคนมักเริ่มมองหาวิธีแก้ปัญหาเมื่อเกิดอาการ ดาดฟ้ารั่วซึม แล้วเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง การป้องกันตั้งแต่แรกด้วยการเลือก กันซึมดาดฟ้า ที่เหมาะสม จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมโครงสร้างได้มากกว่าในระยะยาว ดาดฟ้าเป็นบริเวณที่ต้องเผชิญกับแสงแดด ฝน ความชื้น และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิตลอดทั้งปี เมื่อเวลาผ่านไป พื้นผิวคอนกรีตอาจเกิดการแตกร้าวหรือเสื่อมสภาพ ทำให้น้ำซึมลงสู่โครงสร้างภายใน เกิดปัญหาคราบน้ำ เชื้อรา สีลอกล่อน หรือแม้แต่ความเสียหายต่อเหล็กเสริมภายในอาคาร บทความนี้จะพาไปรู้จักสาเหตุของปัญหาดาดฟ้ารั่วซึม วิธีเลือก กันซึมดาดฟ้า ให้เหมาะกับการใช้งาน รวมถึงเทคนิคการดูแลรักษาที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบกันซึมให้มีประสิทธิภาพยาวนานมากขึ้น
สาเหตุที่ทำให้ดาดฟ้ารั่วซึมเกิดจากอะไร?
ก่อนเลือกใช้กันซึมดาดฟ้า ควรทราบสาเหตุของปัญหาเพื่อเลือกวิธีแก้ไขปัญหาดาดฟ้ารั่วซึมได้อย่างตรงจุด โดยสาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่
- รอยแตกร้าวบนพื้นผิวคอนกรีตจากการขยายตัวและหดตัวตามอุณหภูมิ
- ระบบกันซึมเดิมเสื่อมสภาพจากแสงแดดและรังสี UV
- น้ำขังสะสมบนดาดฟ้าเป็นเวลานาน
- การติดตั้งระบบกันซึมไม่ได้มาตรฐาน
- ท่อระบายน้ำอุดตัน ทำให้น้ำไหลระบายไม่ทัน
หากปล่อยทิ้งไว้นาน อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างอาคารและเพิ่มค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมในอนาคต
วิธีเลือกกันซึมดาดฟ้า
วิธีเลือกกันซึมดาดฟ้าให้เหมาะกับบ้านและอาคาร
ปัจจุบันมีวัสดุกันซึมหลายประเภทในตลาด การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมจะช่วยให้การป้องกันการรั่วซึมมีประสิทธิภาพมากขึ้น
1. เลือกกันซึมที่ทนแดดและรังสี UV ได้ดี
ดาดฟ้าเป็นพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดโดยตรงตลอดวัน จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถทนต่อรังสียูวีและสภาพอากาศรุนแรงได้ดี รวมถึงมีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนเพื่อลดอุณหภูมิสะสมบนพื้นผิว
ตัวอย่างเช่น Beger ROOFSEAL Cool ที่ช่วยสะท้อนความร้อนและลดอุณหภูมิพื้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความยืดหยุ่นสูง
พื้นผิวคอนกรีตมีการขยายตัวและหดตัวตามสภาพอากาศอยู่เสมอ หากวัสดุกันซึมไม่มีความยืดหยุ่นเพียงพอ อาจเกิดการแตกร้าวตามมาได้ สำหรับพื้นที่ดาดฟ้า ควรเลือกวัสดุกันซึมที่มีค่าการยืดตัวสูง เช่น PU Hybrid หรือ Polyurethane คุณภาพสูง ซึ่งสามารถรองรับการเคลื่อนตัวของพื้นผิวได้ดีกว่า
3. เลือกกันซึมที่รองรับน้ำขังได้
ดาดฟ้าบางพื้นที่อาจเกิดน้ำขังหลังฝนตก จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถทนต่อความชื้นและแรงดันน้ำได้ดี เพื่อป้องกันการรั่วซึมในระยะยาว
4. ตรวจสอบประสิทธิภาพการยึดเกาะกับพื้นผิว
ผลิตภัณฑ์กันซึมที่ดีควรยึดเกาะกับพื้นคอนกรีตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงในการหลุดล่อนและช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบกันซึม
5. เลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดความร้อนได้ในตัว
นอกจากป้องกันน้ำรั่วซึมแล้ว การเลือกกันซึมที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนยังช่วยลดอุณหภูมิภายในอาคาร ลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ และช่วยประหยัดพลังงานได้อีกทางหนึ่ง

วิธีดูแลรักษากันซึมดาดฟ้าอย่างไรไม่ให้รั่วซึม?
- ดูแลรักษากันซึมดาดฟ้าอย่างไรให้อยู่ได้นาน?
แม้ว่าจะเลือกผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงแล้ว การดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบกันซึม -
ตรวจสอบสภาพดาดฟ้าอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
สังเกตรอยแตกร้าว รอยบวม หรือจุดที่เริ่มมีน้ำขัง หากพบความผิดปกติควรรีบซ่อมแซมทันที -
ทำความสะอาดทางระบายน้ำเป็นประจำ
เศษใบไม้ ฝุ่น หรือสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ อาจทำให้น้ำระบายไม่ทันและเกิดน้ำขังบนดาดฟ้า -
หลีกเลี่ยงสารเคมีรุนแรง
สารทำความสะอาดบางประเภทอาจส่งผลต่อฟิล์มกันซึม ทำให้เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ -
ซ่อมแซมรอยแตกร้าวทันทีเมื่อพบ
ไม่ควรรอให้เกิดการรั่วซึมก่อน เพราะอาจทำให้น้ำแทรกซึมเข้าสู่โครงสร้างภายในได้
การเลือก กันซึมดาดฟ้า ที่เหมาะสมไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาน้ำรั่วซึมในปัจจุบัน แต่เป็นการลงทุนเพื่อปกป้องโครงสร้างอาคารในระยะยาว โดยควรพิจารณาทั้งความยืดหยุ่น ความสามารถในการทนแดด ทนรังสี UV การยึดเกาะพื้นผิว และความสามารถในการรองรับน้ำขัง หากดาดฟ้าของคุณเริ่มมีรอยแตกร้าว น้ำซึม หรือกำลังมองหาวิธีป้องกันปัญหาก่อนเข้าสู่ฤดูฝน การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงอย่าง Beger ROOFSEAL Cool ที่ให้ทั้งคุณสมบัติกันซึมและสะท้อนความร้อน จะช่วยยืดอายุการใช้งานของดาดฟ้า ลดโอกาสการรั่วซึม และช่วยให้บ้านเย็นสบายได้ในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย
Q1: กันซึมดาดฟ้าแบบไหนดี?
A1: กันซึมดาดฟ้าที่ดีควรมีความยืดหยุ่นสูง ทนต่อรังสี UV ยึดเกาะพื้นผิวคอนกรีตได้ดี และรองรับการขยายตัวของพื้นผิวจากสภาพอากาศ สำหรับดาดฟ้าที่เจอแดดจัดและฝนตกบ่อย ควรเลือกกันซึมประเภท PU Hybrid หรือ Polyurethane คุณภาพสูง
Q2: กันซึมดาดฟ้าอยู่ได้นานกี่ปี?
A2: โดยทั่วไปกันซึมดาดฟ้าคุณภาพสูงมีอายุการใช้งานประมาณ 5-10 ปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพผลิตภัณฑ์ วิธีติดตั้ง และสภาพแวดล้อมการใช้งาน
Q3: ดาดฟ้ารั่วซึมแก้ยังไง?
A3: ควรตรวจสอบตำแหน่งรั่วซึม ซ่อมรอยแตกร้าว ทำความสะอาดพื้นผิว และทาระบบกันซึมใหม่ให้เหมาะกับสภาพพื้นผิว เพื่อป้องกันน้ำซึมเข้าสู่โครงสร้าง
Q4: ทากันซึมดาดฟ้าช่วงหน้าฝนได้หรือไม่?
A4: สามารถทำได้ แต่ควรเลือกช่วงที่ไม่มีฝนตกต่อเนื่อง และพื้นผิวต้องแห้งสนิทก่อนการติดตั้ง เพื่อให้วัสดุกันซึมยึดเกาะได้เต็มประสิทธิภาพ
Q5: ดาดฟ้าคอนกรีตจำเป็นต้องทากันซึมหรือไม่?
A5: จำเป็น เนื่องจากคอนกรีตมีรูพรุนตามธรรมชาติ เมื่อใช้งานไปนาน ๆ อาจเกิดรอยแตกร้าวและดูดซับน้ำ ส่งผลให้เกิดปัญหารั่วซึมภายในอาคารได้
Q6: กรณดาดฟ้าอาคารเก่าที่ไม่เคยผ่านการทาอะไรมาก่อนเริ่มมีอาการรั่วซึมควรทำอย่างไร?
A6: แนะนำให้มีการเตรียมพื้นผิวก่อนโดย 1. ฉีดล้างทำความสะอาดด้วยเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง 2. กรณมีรอยแตกร้าวร่วมด้วยให้ซ่อมด้วย Beger PU Seal (ให้กรีดขยายรอยแตกร้าวให้กว้างไม่น้อยกว่า 8 - 10 มิลลิเมตร) 3.กรณีที่มีคาบเชื้อราให้ทาน้ำยากำจัดเชื้อรา ตะไคร้น้ำ ด้วย Beger Mouldfree M-001 (ทาทิ้งไว้อย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง โดยไม่ต้องล้างออก) . . กรณีมีการทาวัสดุกันซึมอื่นไว้ก่อนและเสื่อมสภาพไปแล้ว ให้ขูด-แซะฟิล์มวัสดุกันซึมออกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อน จึงมาเริ่มดำเนินการตามที่เกริ่นมาข้างต้นและทารองพื้นก่อน 1 เที่ยวด้วย สีรองพื้นอเนกประสงค์ Beger Pro Quick Primer B-1900 ทิ้วให้แห้งอย่างน้อย 2- 3 ชั่วโมงจึงมาทา Beger ROOFSEAL Cool
