
กาวยาแนวแบบหลอด (ซีลแลนท์) มี 4 ชนิดหลัก และเลือกได้จากกฎง่ายๆ ข้อเดียวคือ "รอยต่อนั้นเปียกไหม และขยับไหม" งานภายในแห้งที่ต้องทาสีทับใช้อะคริลิค งานเปียกอย่างห้องน้ำและกระจกใช้ซิลิโคน งานที่ติดกับโลหะหรือหินอ่อนใช้ซิลิโคนชนิดไม่มีกรด ส่วนงานภายนอกที่รับแรงและขยับเยอะอย่างรอยต่อหลังคาหรือผนังพรีคาสต์ใช้พียู ความต่างที่ชี้ขาดคือความยืดหยุ่น ซึ่งไล่จากอะคริลิค 100% ไปจนถึงพียู 800% และเรื่องทาสีทับได้หรือไม่ ซึ่งอะคริลิคกับพียูทำได้ แต่ซิลิโคนทำไม่ได้ บทความนี้เทียบให้ครบทุกชนิด พร้อมตารางเลือกตามหน้างานจริง วิธียิงให้เนี้ยบ และวิธีคำนวณว่า 1 หลอดยิงได้กี่เมตร
กาวยาแนวแบบหลอด คืออะไร และต่างจากกาวยาแนวกระเบื้องอย่างไร
กาวยาแนวแบบหลอด หรือ ซีลแลนท์ คือวัสดุอุดรอยต่อชนิดยืดหยุ่นที่บรรจุในหลอดขนาดประมาณ 300 มิลลิลิตร ใช้ยิงด้วยปืนยิงกาวเพื่ออุดรอยแตกร้าว รอยต่อวัสดุ และช่องว่างระหว่างโครงสร้าง เพื่อกันน้ำ กันลม กันฝุ่น และกันเสียง ส่วน กาวยาแนวกระเบื้อง เป็นผงซีเมนต์ผสมน้ำที่ใช้อุดร่องระหว่างแผ่นกระเบื้องโดยเฉพาะ ทั้งสองอย่างเรียกรวมๆ ว่า "กาวยาแนว" เหมือนกัน แต่ใช้แทนกันไม่ได้
จุดที่คนสับสนบ่อยที่สุด: ถ้าคุณกำลังจะซ่อมร่องกระเบื้องห้องน้ำที่ดำหรือหลุดร่อน สิ่งที่ต้องใช้คือ กาวยาแนวกระเบื้อง ไม่ใช่ซีลแลนท์แบบหลอด แต่ถ้าคุณจะอุดขอบปูนที่กระเบื้องชนผนัง ขอบอ่างล้างหน้า หรือรอบวงกบ นั้นคือ งานของซีลแลนท์แบบหลอด
| หัวข้อ | การยาแนวแบบหลอด (ซีลแลนท์) | การยาแนวกระเบื้อง |
|---|---|---|
| รูปแบบ | หลอดพร้อมใช้ ยิงด้วยปืนยิงกาว | ผงผสมน้ำ ปาดด้วยเกรียงยาง |
| หน้าที่หลัก | อุดรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว กันรั่วซึม | อุดร่องระหว่างแผ่นกระเบื้อง |
| ความยืดหยุ่น | สูง ประมาณ 100–800% | ต่ำ แข็งตัวเป็นเนื้อเดียว |
| บริเวณใช้งาน | ขอบมุม วงกบ รอยแตกร้าว สุขภัณฑ์ และหลังคา | ร่องกระเบื้องพื้นและผนัง |
| ตัวอย่างสินค้าเบเยอร์ | Beger Acrylic Seal / Silicone Seal / PU Seal | Beger Tile Bond Plus |
กาวยาแนวแบบหลอด มีกี่ประเภท
กาวยาแนวแบบหลอดแบ่งตามส่วนประกอบหลักได้ 3 กลุ่ม คือ อะคริลิค ซิลิโคน และโพลียูรีเทน(พียู) โดยกลุ่มซิลิโคนยังแยกย่อยได้อีก 2 ชนิดตามระบบการแห้งตัว รวมเป็น 4 ตัวเลือกที่ต้องรู้จัก
1. กาวอะคริลิค (แด๊ป)
กาวอะคริลิค หรือ อะคริลิกซีลแลนท์ ที่ช่างมักเรียกว่า "แด๊ป" (DAP) ถือว่าเป็นกาวยาแนวที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากใช้งานได้หลายวัสดุ เช่น ซีเมนต์ คอนกรีต อิฐ หรือแผ่นพรีแคสต์ และมีราคาต่ำที่สุดในบรรดายาแนวแบบหลอดทั้งหมด ข้อดีของแด๊ปคือสามารถทาสีทับได้ดีโดยไม่ทิ้งคราบบนวัสดุที่มีรูพรุน แนะนำ Beger Acrylic Seal

2. กาวซิลิโคนชนิดมีกรด แห้งไว ยึดแน่น แต่กัดโลหะ
- กาวซิลิโคนชนิดมีกรด (Acetic Cure Silicone) คือซิลิโคนที่ใช้กรดอะซิติกเป็นตัวเร่งการแห้งตัว จึงมีกลิ่นเปรี้ยวคล้ายน้ำส้มสายชู แลกมากับการแห้งไวและแรงยึดเกาะที่สูงกว่าชนิดไม่มีกรด เป็นชนิดที่หาซื้อง่ายและราคาย่อมเยาที่สุดในกลุ่มซิลิโคน ซึ่งตอนใช้งานก็ควรสวมถุงมือยาง หน้ากาก และแว่นตา เพื่อความปลอดภัยด้วย ซิลิโคนสูตรมีกรดค่อนข้างเป็นที่นิยมเนื่องจากหาซื้อง่ายและราคาไม่แพง แนะนำ Beger Silicone Seal
เหมาะกับ: งานติดตั้งกระจก งานสุขภัณฑ์ อ่างอาบน้ำ เซรามิก และการยึดกรอบประตูหน้าต่างที่เป็นไม้ อะลูมิเนียม หรือพีวีซี

3. กาวซิลิโคนชนิดไม่มีกรด ใช้ได้กับโลหะและหินอ่อน
กาวซิลิโคนชนิดไม่มีกรด (Neutral Cure Silicone) คือซิลิโคน 100% ที่ไม่ใช้กรดในการแห้งตัว จึงไม่กัดกร่อนและใช้ได้กับวัสดุแทบทุกประเภทรวมถึงโลหะและหินอ่อน พร้อมความยืดหยุ่นสูงกว่า 500% เป็นตัวเลือกอเนกประสงค์ที่สุดในกลุ่มซิลิโคน แต่จุดที่ชนิดมีกรดทำได้ดีกว่าคือเรื่องความทนทาน และการแห้งเร็ว เช่น Beger Premium Silicone Seal

4. กาวพียู ทนที่สุด ยืดหยุ่นที่สุด ทาสีทับได้
กาวพียู (Polyurethane Sealant) คือกาวยาแนวที่ทนทานและยืดหยุ่นที่สุดในบรรดาซีลแลนท์แบบหลอด แนะนำ Beger PU Seal ยืดหยุ่นได้สูงถึง 800% และเป็นชนิดเดียวนอกจากอะคริลิคที่ทาสีทับได้ จึงเป็นตัวเลือกของช่างสำหรับงานภายนอกที่รับแรงหนัก สามารถใช้งานกับวัสดุได้เกือบทุกประเภท ทั้งปูน เหล็ก ไม้ ไฟเบอร์ซีเมนต์ เซรามิก หิน หรือวัสดุที่มีรูพรุนอื่น ๆ จึงมักเห็นช่างนิยมใช้อุดรอยแตกรอยต่อของหลังคา ที่มีปัญหารั่วซึมบ่อยๆ ในหน้าฝน หรือใช้ติดรอยต่อระหว่างผนังสำเร็จรูป (Precast) รวมถึงใช้กับรอยต่องานพื้นคอนกรีตได้ด้วย
เหมาะกับ: รอยต่อหลังคาที่รั่วซึมในหน้าฝน รอยต่อผนังสำเร็จรูป (Precast) วีว่าบอร์ด ไฟเบอร์ซีเมนต์ รอยต่อพื้นคอนกรีต หิน ปูนปั้น แผงโลหะ แผงโซลาร์เซลล์ รอยแตกที่มีการเคลื่อนตัว และงานระบบ EIFS

การยาแนวอะคริลิค ซิลิโคน และพียู ต่างกันอย่างไร
สรุปสั้นที่สุด: อะคริลิคมีราคาถูกและทาสีทับได้แต่ไม่ทนน้ำ ซิลิโคนกันน้ำและทนแดดดีที่สุดแต่ทาสีทับไม่ได้ ส่วนพียูทนทาน ยืดหยุ่น และทาสีทับได้ แต่มีราคาสูงกว่า
| คุณสมบัติ | อะคริลิค | ซิลิโคน (มีกรด) |
ซิลิโคน (ไม่มีกรด) |
พียู |
|---|---|---|---|---|
| ทาสีทับ | ✓ ได้ | × ไม่ได้ | × ไม่ได้ | ✓ ได้ |
| ความยืดหยุ่น | 100% | 300% | 500% | 800% |
| การรับแรง | ปานกลาง | มาก | มาก | มากที่สุด |
| การแห้งตัว* | ปานกลาง | เร็ว | เร็วมาก | เร็ว |
| การยุบตัว | น้อย | น้อยมาก | น้อยมาก | น้อยมาก |
| ความทนทาน | ปานกลาง | ดี | ดี | ดีเยี่ยม |
| ทนรังสี UV | ปานกลาง | ดีเยี่ยม | ดีเยี่ยม | ดีเยี่ยม |
| ใช้กับโลหะหรือหินอ่อน | ได้ | × ห้าม | ✓ ได้ | ✓ ได้ |
| ใช้ในที่เปียกชื้น | × ไม่แนะนำ | ✓ ได้ | ✓ ได้ | ✓ ได้ |
| อายุการใช้งาน | 3–5 ปี | 5–10 ปี | 5–10 ปี | 5–10 ปี |
| รุ่นของเบเยอร์ | Beger Acrylic Seal | Beger Silicone Seal | Beger Premium Silicone Seal | Beger PU Seal |
| เฉดสี | ขาว | ใส, ขาว, ดำ, เทา | ใส, ขาว, ดำ, เทา | ขาว, เทา |
* ความเร็วในการแห้งตัวขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ราคาอาจแตกต่างกันตามร้านค้า โปรดตรวจสอบกับร้านค้าหรือตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้าน
**สำหรับเบเยอร์ พียู ซีล รุ่นนี้จะมีขายในรูปแบบไส้กรอก ขนาด 600 ml.
เลือกการยาแนวตามหน้างาน ใช้แบบไหนดี
วิธีเลือกที่เร็วที่สุดคือ ดูจากหน้างานจริง ๆ แทนที่จะไล่อ่านสเปกทีละตัว ตารางนี้สรุปการเลือกตามบริเวณที่พบบ่อยที่สุด
| หน้างานของคุณ | ควรใช้ | เหตุผลสั้น ๆ |
|---|---|---|
| หน้างานของคุณ รอยแตกผนังปูนภายในที่จะทาสีทับ | ควรใช้ อะคริลิค | เหตุผลสั้น ๆ ราคาประหยัด ทาสีทับได้ และไม่ทิ้งคราบบนผิวปูน |
| หน้างานของคุณ ขอบมุมประตูและหน้าต่างภายในบ้าน | ควรใช้ อะคริลิค | เหตุผลสั้น ๆ รอยต่อขยับไม่มาก และมักต้องทาสีต่อ |
| หน้างานของคุณ ขอบอ่างล้างหน้า ขอบอ่างอาบน้ำ และซิงก์ครัว | ควรใช้ ซิลิโคนมีกรด | เหตุผลสั้น ๆ กันน้ำ แห้งไว และยึดเกาะเซรามิกได้ดี |
| หน้างานของคุณ รอยต่อกระจกกับอลูมิเนียม | ควรใช้ ซิลิโคนมีกรด | เหตุผลสั้น ๆ ยึดเกาะกระจกและอลูมิเนียมได้ดี พร้อมราคาคุ้มค่า |
| หน้างานของคุณ งานที่ติดกับเหล็ก สแตนเลส หรือหินอ่อน | ควรใช้ ซิลิโคนไม่มีกรด | เหตุผลสั้น ๆ สูตรไม่มีกรดจึงลดความเสี่ยงต่อการกัดโลหะ และไม่ทำให้หินอ่อนเกิดรอยด่าง |
| หน้างานของคุณ ตู้ปลา ป้ายโฆษณา และผนังห้องเย็น | ควรใช้ ซิลิโคนไม่มีกรด | เหตุผลสั้น ๆ ไม่กัดกร่อน กลิ่นไม่ฉุน และมีความยืดหยุ่นสูง |
| หน้างานของคุณ รอยต่อหลังคารั่ว แผงโลหะ และโซลาร์เซลล์ | ควรใช้ พียู | เหตุผลสั้น ๆ ทนรังสี UV รับแรงสูง และยืดหยุ่นได้มาก |
| หน้างานของคุณ รอยต่อผนังพรีคาสต์และไฟเบอร์ซีเมนต์ | ควรใช้ พียู | เหตุผลสั้น ๆ รองรับการขยับตัวของแผ่นสำเร็จรูปได้ดี |
| หน้างานของคุณ รอยต่อพื้นคอนกรีตภายนอก | ควรใช้ พียู | เหตุผลสั้น ๆ ทนแรงเหยียบ แรงสั่นสะเทือน และการขยายตัวของพื้น |
| หน้างานของคุณ ร่องกระเบื้องดำ หลุดร่อน หรือเสื่อมสภาพ | ควรใช้ ไม่ใช่ซีลแลนท์ | เหตุผลสั้น ๆ ควรใช้กาวยาแนวกระเบื้อง เช่น Beger Tile Bond Plus |

วิธีการใช้งานกาวยาแนว
ขั้นตอนที่ 1 เตรียมพื้นผิว ทำความสะอาดบริเวณที่ต้องการจะใช้
ทำความสะอาด บริเวณที่ต้องการอุดโป๊วรอยแตกร้าว หรือรอยต่อ ให้ปราศจากสิ่งสกปรกต่าง ๆ ทั้งคราบน้ำมัน คราบกาวเก่าออกให้หมด เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

ขั้นตอนที่ 2 ประกอบกาวยาแนว
ตัดจุกหลอดพลาสติกเป็นแนวเฉียง ตัดปลายกระบอกกาวยาแนวออก

หมุนสวมจุกพลาสติกเข้ากับตัวหลอดให้แน่น แลัวนำไปติดตั้งเข้ากับปืนยิงกาวยาแนว


ขั้นตอนที่ 3 ยิงกาวยาแนวในบริเวณที่ต้องการ
นำใช้ปลายหลอดสัมผัสรอยต่อหรือรอยร้าวที่ต้องการซ่อมแซม ยิงให้เนื้อผลิตภัณฑ์เต็มร่อง รอยต่อ รอยแตก ในบริเวณที่ต้องการ แล้วใช้มือปาดให้เรียบเสมอกัน เพื่อความปลอดภัยแนะนำให้สวมถุงมือยาง แว่นตา และหน้ากากขณะใช้งาน

ขั้นตอนที่ 4 เก็บงานและเตรียมทาสี
เช็ดทำความสะอาดผลิตภัณฑ์ส่วนเกินจากรอยต่อที่ซ่อมแซมแล้ว ด้วยฟองน้ำหรือผ้าชุบน้ำหมาด ๆ กรณีต้องการทาสีทับควรปล่อยให้กาวยาแนวแห้งสนิทอย่างน้อย 24 - 48 ชั่วโมง แล้วจึงค่อยทาสีทับตามระบบ ได้แก่ ทาสีรองพื้น 1 เที่ยว และสีทับหน้า 2 เที่ยว

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกาวยาแนว
Q1 : กาวยาแนวแบบหลอด ใช้แทนกาวยาแนวกระเบื้องได้ไหม?
A1 : ไม่แนะนำให้ใช้แทนกัน เพราะกาวยาแนวกระเบื้องอย่าง Beger Tile Bond Plus มีคุณสมบัติที่เหมาะกับร่องกระเบื้องมากกว่า ทั้งความแข็งแรง การไม่จับฝุ่น การป้องกันเชื้อรา และการทนน้ำยาทำความสะอาด อีกทั้งเมื่อเทียบพื้นที่ใช้งานต่อราคาแล้ว การใช้แบบหลอดจะสิ้นเปลืองกว่ามาก
Q2 : กาวยาแนวชนิดไหนทาสีทับได้บ้าง?
A2 : ทาสีทับได้เฉพาะกาวอะคริลิคและกาวพียูเท่านั้น ส่วนกาวซิลิโคนทั้งชนิดมีกรดและไม่มีกรดทาสีทับไม่ได้ เพราะผิวซิลิโคนไม่ยอมให้ฟิล์มสียึดเกาะ
Q3 : ซิลิโคนชนิดมีกรดกับไม่มีกรด ต่างกันอย่างไร?
A3 : ชนิดมีกรดใช้กรดอะซิติกเร่งการแห้งตัว จึงมีกลิ่นเปรี้ยว แห้งไว ยึดเกาะแรงกว่า และราคาถูกกว่า แต่กัดกร่อนโลหะและหินอ่อน ส่วนชนิดไม่มีกรดกลิ่นอ่อน ยืดหยุ่นสูงกว่า 500% และใช้ได้กับวัสดุแทบทุกประเภทรวมถึงโลหะ
Q4 : ห้องน้ำควรใช้กาวยาแนวชนิดไหน?
A4 : ควรใช้ซิลิโคน เพราะกันน้ำและทนความชื้นได้ดีกว่าอะคริลิคมาก โดยงานสุขภัณฑ์และเซรามิกทั่วไปใช้ซิลิโคนชนิดมีกรดได้ แต่ถ้าจุดนั้นติดกับสแตนเลส เหล็ก หรือหินอ่อน ให้เปลี่ยนเป็นซิลิโคนชนิดไม่มีกรด
สรุป เลือกกาวยาแนวแบบหลอดจากสองคำถามเท่านั้น คือ "รอยต่อนี้เปียกไหม" และ "ต้องทาสีทับไหม" ถ้าแห้งและต้องทาสีให้ใช้อะคริลิค ถ้าเปียกและไม่ทาสีให้ใช้ซิลิโคน โดยเลี่ยงชนิดมีกรดเมื่อเจอโลหะหรือหินอ่อน และถ้ารอยต่อนั้นอยู่ภายนอก รับแรง หรือขยับตัวมาก ให้ลงทุนกับพียูซึ่งยืดหยุ่นถึง 800% และทาสีทับได้
