
การทาสีโครงหลังคาเหล็กไม่ได้เป็นเพียงงานตกแต่ง แต่เป็นขั้นตอนสำคัญในการ “ยืดอายุโครงสร้างเหล็ก” โดยตรง เพราะโครงหลังคาเป็นส่วนที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศตลอดเวลา ทั้งแดด ฝน และความชื้นสะสม จากประสบการณ์ทำงานด้านสีมากกว่า 10 ปี ปัญหาที่พบได้บ่อยในงานโครงเหล็กคือ สีลอกเร็ว สนิมขึ้นซ้ำ หรือสีไม่ยึดเกาะพื้นผิว ซึ่งสาเหตุหลักมักเกิดจากการเลือกสีไม่เหมาะสม หรือการเตรียมพื้นผิวที่ไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก ดังนั้น การเลือกสีที่เหมาะสมและทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง จะช่วยให้โครงหลังคาของคุณแข็งแรง สวยงาม และลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในระยะยาวได้อย่างมาก
เลือกสีทาโครงหลังคาแบบไหนดี?
การเลือกสีทาเหล็กสำหรับโครงหลังคา ไม่ควรเลือกเพียงแค่ “สีสวย” แต่ต้องคำนึงถึงคุณสมบัติในการปกป้องเหล็กเป็นหลัก เนื่องจากโครงหลังคาต้องเจอกับ:
- แสงแดดที่มีรังสี UV
- น้ำฝนและความชื้น
- อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
หากเลือกสีไม่เหมาะสม อาจทำให้สีเสื่อมสภาพเร็ว และเกิดสนิมตามมาได้
คุณสมบัติที่ควรมองหา:
- ป้องกันสนิม (Anti-rust)
- ยึดเกาะพื้นผิวเหล็กได้ดี
- ทนต่อสภาพอากาศภายนอก
- แห้งไว ลดเวลาทำงาน
สีที่มีคุณสมบัติครบ จะช่วยลดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในระยะยาว
ใช้สีอะไรทาโครงหลังคา
ส่วนใหญ่จะเลือกใช้เป็น สีน้ำมันประเภทแอลคีด เนื่องจากสามารถยึดเกาะกับพื้นผิวเหล็กและพื้นผิวไม้ได้ดี แต่ข้อเสียของสีน้ำมันประเภทนี้คือ มีกลิ่นค่อนข้างแรง และแห้งช้ามาก ด้วยเหตุนี้จึงมีผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งเกิดขึ้นมาลบจุดด้อยดังกล่าวที่เรียกว่า สีน้ำมันประเภทอะคริลิก หรือสีน้ำมันสูตรน้ำ ที่มีคุณสมบัติแห้งไวใน 1 ชั่วโมง จากเดิมแห้ง 4 - 6 ชั่วโมงนั่นเอง

ขั้นตอนการทาสีโครงหลังคา
โดยทั่วไปในการทาสีโครงหลังคาเหล็ก ทั้งที่เป็นเหล็กกล่อง เหล็กดำ หรือเหล็กกัลวาไนซ์ จะมีขั้นตอนหลักๆ 3 ขั้นตอนได้แก่ การเตรียมพื้นผิว การทาสีรองพื้นกันสนิม 1 เที่ยว (หรือทาวอชไพร์เมอร์ 1 เที่ยว กรณีเป็นโลหะผิวมันวาว) แล้วจบท้ายด้วยการทาสีน้ำมัน 2 เที่ยว แต่ละเที่ยวมีระยะเวลาแห้งทาทับ 6 - 8 ชั่วโมง
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมการทาสีเหล็กแต่ละครั้งถึงใช้เวลามหาศาล แต่อย่างที่กล่าวไป ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าเราใช้ สีน้ำมันสูตรอะคริลิก นอกจากนี้ในบางรุ่นจะมีการผสมสีรองพื้นกันสนิมมาให้ในตัว ช่วยให้ประหยัดเวลาในการทาขึ้นจากเดิมได้หลายสิบเท่า ง่ายๆ จากต้องทา 4 เที่ยว เหลือแค่ 2 เที่ยวเท่านั้น!! ซึ่งมี 2 ขั้นตอนง่ายๆ ดังต่อไปนี้
1. เตรียมอุปกรณ์ เตรียมพื้นผิว ขัดสนิม
ในขั้นตอนนี้ เป็นการทำเพื่อให้พื้นผิวพร้อมที่จะลงสี กรณีเป็นเหล็กใหม่ หรือเป็นเหล็กที่ผ่านการทำสีมาแล้วและพื้นผิวยังสภาพดีอยู่ ให้เช็ดทำความสะอาดฝุ่น คราบออกให้หมด
แต่หากเหล็กมีน้ำมันเคลือบไว้ ให้ใช้ผ้าชุบทินเนอร์ M-77 หรือทินเนอร์กระทิง AAA แล้วถ้าเป็นเหล็กกัลวาไนซ์ หรือเหล็กที่มีความมันวาวอาจจะใช้กระดาษทรายเบอร์ละเอียดลูบสักเล็กน้อย
|
BegerShield Griptech 2 In 1 |
เบเยอร์ ทินเนอร์ M-77 |
ทินเนอร์กระทิง AAA |
กรณีที่เป็นเหล็กเก่าที่เคยทาสีและฟิล์มสีลอกล่อน คุณต้องใช้เกรียงขูดสีเดิมออกก่อน และยิ่งถ้าเหล็กมีสนิมยิ่งจำเป็นต้องขัดสนิมเดิมออกให้ได้มากที่สุดก่อน อาจจะใช้กระดาษทรายหรือแปรงทองเหลืองขัดก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าสนิมมีมากหรือน้อย
อุปกรณ์สำหรับการทาสีโครงหลังคา
- สีน้ำมันสูตรอะคริลิก เบเยอร์ชิลด์กริปเทค 2 In 1
- ทินเนอร์เบเยอร์ M-77
- แปรงทาสีชนิดขนหมู ขนาดขึ้นอยู่กับชิ้นงานเหล็ก (อาจจะ 2.5 นิ้ว เป็นต้นไป)
- ลูกกลิ้งขนสั้น
- กระดาษทรายเบอร์ 320 ลงไป
- แปรงทองเหลือง
2. ลงมือทาสี
ข้อดีของสีทาเหล็กกริปเทคทูอินวัน คือสามารถเปิดฝาคนๆ ให้เข้ากันสักครู่แล้วทาได้เลยไม่ต้องผสมทินเนอร์แต่อย่างไร เพียงแต่กรณีที่อาการศร้อนๆ ใช้งานกลางแดดจัด อาจจะนำทินเนอร์ M-77 หรือ กระทิง AAA มาผสมได้ ในอัตราส่วน 10 - 15% สามารถทาด้วยแปรง ลูกกลิ้ง หรือจะใช้เครื่องพ่นก็ได้

แล้วที่สำคัญคือไม่ต้องทาสีรองพื้นกันสนิม เพราะในผลิตภัณฑ์ที่เป็นสีทาเหล็ก 2 In 1 แบบนี้จะมีรองพื้นกันสนิมผสมมาให้ในตัวเลย ประหยัดเวลาไปได้อีกพอสมควร

จากนั้นก็ลงมือทาเที่ยวที่ 1 ได้เลย พอทาเที่ยวแรกเสร็จก็ทาเที่ยวที่สองต่อ โดยเว้นให้แต่ละเที่ยวแห้งประมาณ 1 ชั่วโมง และก็รอให้สีเที่ยวที่สองแห้ง ก็เข้าใช้พื้นที่ได้เลย

อย่างที่บอกไปสีน้ำมันที่ทำมาจากอะคริลิกตัวนี้ จะมีคุณสมบัติแห้งไว กลิ่นจางไว และทนทานกว่า ถ้าทาสีขาวก็จะขาวได้นานไม่เหลืองตัว แล้วนอกจากโครงหลังคา เหล็กแล้ว ก็ยังสามารถเอาไปทาเมทัลชีท หรือโครงหลังคาที่ทำจากไม้ได้ด้วยนะครับ เรียกได้ว่า เป็นสีทาเหล็กอเนกประสงค์เลย
จุดที่ต้องระวังในการทาสีโครงหลังคาเหล็กให้ไม่เป็นสนิม
แม้จะเหล็กบางชนิดที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสนิมได้ยากอย่างเหล็กกัลวาไนซ์ ที่ผ่านการเคลือบชุบกันสนิมมาให้แล้ว แต่ก็สามารถเกิดสนิมขึ้นได้ โดยเฉพาะบริเวณเหล่านี้ ซึ่งได้แก่ บริเวณรอยต่อ รอยเชื่อมเหล็ก และบริเวณที่เจาะรูน็อตหรือตะปู แนะนำว่าให้ทาสีที่บริเวณเหล่านั้นด้วย

การทาสีนอกจากจะให้เรื่องความสวยงามแล้ว ยังช่วยเสริมความทนทานให้กับเหล็ก ทนสภาวะต่างๆ อีกด้วย โดยเฉพาะ เรื่องสนิม ศัตรูคู่ปรับของงานเหล็กแทบทุกประเภท การเลือกสีทาโครงหลังคาที่เหมาะสมกับลักษณะงาน จะช่วยให้โครงเหล็กเหล่านั้นสวยทนทาน อยู่กับบ้านของคุณได้นานยิ่งขึ้น



