
ทาสีเหล็กกัลวาไนซ์และเหล็กกล่องให้ติดทน ต้องทำ 2 อย่างเสมอคือ ล้างคราบน้ำมันเคลือบออกให้หมด แล้วขัดลูบผิวมันวาวด้วยกระดาษทรายละเอียด จากนั้นเลือกได้ 2 ระบบ คือ ระบบเดิม 4 ขั้นตอน (1. ตรียมผิว 2. วอชไพร์เมอร์ 3. รองพื้นกันสนิม 4. สีน้ำมันทับหน้า 2 เที่ยว) ใช้เวลา 1–2 วัน หรือระบบใหม่ 2 ขั้นตอนด้วยสีทาเหล็ก 2 in 1 ที่ผสมรองพื้นในตัว ทาทับเที่ยวถัดไปได้ใน 30 นาที จบงานภายในวันเดียว ส่วนเหล็กกล่องต้องดูก่อนว่าเป็น "เหล็กกล่องดำ" หรือ "เหล็กกล่องกัลวาไนซ์" เพราะใช้ระบบสีต่างกัน
เหล็กกัลวาไนซ์คืออะไร
เหล็กกัลวาไนซ์ (Galvanized Steel) คือเหล็กที่ผ่านการเคลือบผิวด้วยสังกะสี (Zinc) เพื่อป้องกันการเกิดสนิม วิธีที่นิยมที่สุดคือการชุบสังกะสีแบบจุ่มร้อน (Hot-Dip Galvanizing) ที่อุณหภูมิประมาณ 450°C ได้ผิวสีเงินมันวาว แข็งแรง ทนสภาพอากาศ ชั้นสังกะสีปกป้องเหล็ก 2 ทางคือ เป็นเกราะกั้น (Barrier) ไม่ให้ความชื้นสัมผัสเนื้อเหล็ก และเป็นแอโนดสังเวย (Sacrificial Anode) ที่ยอมกัดกร่อนแทนเหล็กเมื่อผิวเกิดรอยขีดข่วน จึงนิยมใช้กับรั้ว โครงหลังคา รางน้ำ เสา และโครงสร้างกลางแจ้ง แต่เมื่อผ่านการเจาะ ตัด เชื่อม หรือใช้งานนาน ชั้นสังกะสีจะเสียหายเฉพาะจุด การทาสีทับจึงเป็นเกราะอีกชั้นที่ยืดอายุโครงสร้างพร้อมเพิ่มความสวยงาม
เหล็กกล่อง ทาสีอย่างไร? ต้องแยกให้ออกก่อนว่าเป็นชนิดไหน
เหล็กกล่อง (Steel Tube/Box Section) ที่ใช้ทำรั้ว ประตู โครงหลังคา และเฟอร์นิเจอร์เหล็ก มี 2 ชนิดหลัก และใช้ระบบสีต่างกัน คือจุดที่งานทาสีเหล็กกล่องพังบ่อยที่สุด
| หัวข้อ | เหล็กกล่องดำ | เหล็กกล้าไวท์/ชุบซิงค์ |
|---|---|---|
| ลักษณะผิว | สีดำอมเทา ผิวด้าน อาจมีคราบน้ำมันเคลือบ | สีเงินมันวาว ลื่น |
| ความเสี่ยงสนิม | เป็นสนิมแดงง่ายมาก หากไม่ทาสี | ทนสนิมดี แต่เสี่ยงที่รอยตัด/รอยเชื่อม และเกิดสนิมขาวได้ |
| ระบบสีที่ต้องใช้ | เช็ดน้ำมันออก → รองพื้นกันสนิม → สีน้ำมันทับหน้า 2 เที่ยว หรือใช้สี 2 in 1 จบใน 2 เที่ยว | ห้ามใช้น้ำมันอัลคิดทาตรง ๆ → ใช้วอชไพรเมอร์ก่อน หรือใช้สีอะคริลิค 2 in 1 |
| จุดที่ต้องระวัง | สนิมที่มุมเหลี่ยมและรอยเชื่อม ขัดออกให้หมดก่อน | คราบน้ำมันเคลือบจากโรงงาน และสนิมขาว |
วิธีสังเกต: เหล็กกล่องดำผิวด้านสีเข้ม ส่วนเหล็กกล่องกัลวาไนซ์เงาวาวเหมือนสังกะสี หากเป็นเหล็กกล่องกัลวาไนซ์ ให้ทำตามขั้นตอนทั้งหมดในบทความนี้ได้เลย ส่วนเหล็กกล่องดำให้เน้นขั้นตอนขัดสนิม + รองพื้นกันสนิมเป็นพิเศษ หรือใช้ สีทาเหล็ก 2in1 ที่ผสมรองพื้นกันสนิมมาในตัวเพื่อจบงานเร็วขึ้น
เหล็กกัลวาไนซ์ กับ เหล็กชุบซิงค์ (EG) ต่างกันอย่างไร?
|
หัวข้อ |
กัลวาไนซ์ชุบร้อน (HDG) |
เหล็กชุบซิงค์ไฟฟ้า (EG) |
|---|---|---|
| วิธีเคลือบ | จุ่มลงในสังกะสีหลอมเหลวที่อุณหภูมิประมาณ 450°C | ชุบด้วยกระแสไฟฟ้าที่อุณหภูมิห้อง |
| ความหนาของชั้นสังกะสี | หนาและมีหลายระดับไมครอน | บางกว่ามาก |
| ลักษณะพื้นผิว | อาจมีลายดอก ผิวสากเห็นชัด | เรียบ เงา สม่ำเสมอ |
| อายุการใช้งานกลางแจ้ง | ยาวนานกว่า | สั้นกว่า ควรทาสีทับ |
เหล็กกัลวาไนซ์ต้องทาสีไหม ในเมื่อกันสนิมเองอยู่แล้ว
ควรทา หากงานอยู่กลางแจ้ง มีรอยตัด รอยเชื่อม หรือต้องการเปลี่ยนสี เพราะจุดที่ถูกตัดหรือเชื่อมคือจุดที่ชั้นสังกะสีถูกทำลายและเกิดสนิมก่อนเสมอ การทาสีทับกัลวาไนซ์มีชื่อทางเทคนิคว่าระบบดูเพล็กซ์ (Duplex System) โดยสมาคม American Galvanizers Association ระบุว่าระบบนี้ให้อายุการปกป้องได้ 1.5–2.3 เท่าของอายุสองระบบรวมกัน เพราะฟิล์มสีช่วยชะลอการสึกของสังกะสี ขณะที่สังกะสีเป็นรองพื้นชั้นเยี่ยมให้กับสี เหตุผลที่ควรทา สรุป 4 ข้อ: ปิดจุดอ่อนที่รอยเชื่อม/รอยตัด/หัวสกรู, ยืดอายุโครงสร้างตามหลักดูเพล็กซ์, เปลี่ยนเฉดสีให้เข้ากับงานออกแบบ, และฟิล์มสีที่พองหรือด่างช่วยเตือนการกัดกร่อนใต้ผิวก่อนลุกลาม
ทำไมสีธรรมดาทาเหล็กกัลวาไนซ์แล้วลอก
เพราะสีน้ำมันอัลคีดทำปฏิกิริยาเคมีกับสังกะสี ไม่ใช่แค่เพราะผิวลื่น ปัญหาเกิดจาก 2 กลไกซ้อนกัน
- ปฏิกิริยาสะพอนิฟิเคชัน (Saponification) กรดไขมันในเรซินอัลคีดทำปฏิกิริยากับสังกะสี เกิดชั้น "สบู่สังกะสี" ที่ผิวสัมผัส ทำให้ฟิล์มสีหลุดล่อนเป็นแผ่นใหญ่ทั้งที่สียังไม่เสื่อม
- ผิวมันวาวและลื่น ผิวสังกะสีใหม่แทบไม่มีความสากให้สียึดเกาะเชิงกล
ทางแก้มี 2 ทางเท่านั้น: ใช้วอชไพร์เมอร์คั่นกลาง หรือเลือกสีสูตรอะคริลิกที่ออกแบบให้เกาะกัลวาไนซ์โดยตรง ซึ่งไม่เกิดสะพอนิฟิเคชันเหมือนอัลคีด
เทียบวิธีทาสีเหล็กกัลวาไนซ์ แบบเก่า vs แบบใหม่ (สี 2in1)
| หัวข้อเปรียบเทียบ | วิธีเก่า (ระบบหลายชั้น) | วิธีใหม่ (สี 2in1) |
|---|---|---|
| จำนวนขั้นตอน | 4 ขั้นตอน | 2 ขั้นตอน |
| จำนวนเที่ยวที่ทา | 4 เที่ยว วอชไพรเมอร์ 1 + รองพื้น 1 + ทับหน้า 2 |
1–2 เที่ยว |
| ต้องใช้วอชไพรเมอร์ | ต้องใช้ทั้งคู่ | ไม่ต้อง ผสมมาในตัวแล้ว |
| ต้องใช้รองพื้นกันสนิม | ต้องใช้ | ไม่ต้อง ผสมมาในตัวแล้ว |
| เวลารอแห้งระหว่างเที่ยว | 30–60 นาที / 5–6 ชม. / 8–10 ชม. | 30 นาที |
| เวลารวมโดยประมาณ | 1–2 วัน | จบได้ภายในวันเดียว |
| จำนวนสินค้าที่ต้องซื้อ | 3 ชนิด | 1 ชนิด |
| ประเภทเรซิน | อัลคิด (สีน้ำมัน) | อะคริลิก |
| ปัญหาสีเหลืองตัว | มีโอกาสเหลืองตัวในเฉดสีขาว/สีอ่อน | ไม่เหลืองตัวง่าย |
| เหมาะกับ | งานสเปกอุตสาหกรรม ต้องการชั้นกันสนิมหนาพิเศษ |
งาน DIY งานรีบ งานหน้าฝน เหล็กกล่อง รั้ว ประตู |
วิธีทาสีเหล็กกัลวาไนซ์แบบเก่า 4 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1: เตรียมพื้นผิว (ขั้นตอนที่ชี้ขาดว่าสีจะอยู่ได้กี่ปี)
เหล็กใหม่: มักมีน้ำมันเคลือบกันสนิมจากโรงงาน ใช้ผ้าชุบทินเนอร์ Beger Thinner M-77 เช็ดออกให้หมด แล้วล้างให้สะอาด เหล็กเก่า: สีเดิมเสื่อมให้ขูดลอกออกหรือใช้น้ำยาลอกสี Beger Unisoft 9119 มีสนิมให้ขัดออกให้มากที่สุด ฟิล์มเดิมยังดีแค่ล้างฝุ่นและคราบไขมัน
ตารางเตรียมผิวตามสภาพเหล็กกัลวาไนซ์ 3 แบบ
| สภาพผิว | ลักษณะที่สังเกตได้ | วิธีเตรียมผิว |
|---|---|---|
| กัลวาไนซ์ใหม่ (อายุ < 6 เดือน) | เงาวาว ลื่น และมีน้ำมันเคลือบ |
1. เช็ดน้ำมันด้วยทินเนอร์ M-77 |
| กัลวาไนซ์ผ่านการใช้งาน | สีเงินหม่น และผิวเริ่มสาก |
1. ล้างฝุ่นและคราบไขมัน |
| มีสนิมขาว (White Rust) | มีคราบสีขาวคล้ายผงแป้งเกาะเป็นหย่อมๆ |
1. ขัดคราบออกให้หมดด้วยแปรงลวดอ่อน |
ผลิตภัณฑ์เตรียมพื้นผิวเหล็กกัลวาไนซ์
น้ำยาลอกสี เบเยอร์ ยูนีซ็อฟ 9119 |
|
ขั้นตอนที่ 2: ทาวอชไพร์เมอร์ เปิดผิวโลหะมันวาวให้สียึดเกาะ
วอชไพร์เมอร์คือรองพื้น 2 ส่วน (Part A : B = 4 : 1) ที่ "เปิดผิว" โลหะมันวาวให้เกิดความสาก แนะนำ BegerShield Supergloss Enamel Wash Primer #B-922 ทา พ่น หรือกลิ้งได้ ปล่อยแห้ง 30–60 นาทีก่อนชั้นถัดไป ใช้ได้กับโลหะมันวาวทุกชนิดทั้งกัลวาไนซ์ อลูมิเนียม สังกะสี
ข้อควรระวัง: เป็นระบบสี 2 ส่วน (2K) มี Pot Life จำกัด ผสมเฉพาะปริมาณที่ใช้หมดในรอบเดียว ทำงานในที่อากาศถ่ายเท สวมหน้ากากและถุงมือ
วอชไฟร์เมอร์
สีรองพื้นเหล็กกัลวาไนซ์ วอชไพร์เมอร์ บี-922 |
ขั้นตอนที่ 3: การทาสีรองพื้นกันสนิม
รองพื้นกันสนิมมี 3 ประเภทหลัก ทา 1 เที่ยว รอแห้ง 5–6 ชั่วโมง
เปรียบเทียบรองพื้นกันสนิม
| ประเภทรองพื้น | เฉดสี | เหมาะกับ | ระดับการปกป้อง |
|---|---|---|---|
| แดงกันสนิม (B-933) (ควรสวมหน้ากาก/ถุงมือ ไม่เหมาะกับจุดที่เด็กสัมผัส) |
สีแดง / ส้ม | เหล็กใหม่ / เหล็กเก่าสภาพดี | |
| เทากันสนิม (B-911) (ซิงค์ฟอสเฟต) |
สีเทา | เหล็กใหม่ / เหล็กเก่าสภาพดี | |
| อีพ็อกซี่ 2 ส่วน (Rust Guard) | ตามเฉด |
เหล็กมีสนิมเดิม / งานทนทานสูง |
สีรองพื้นกันสนิมเบเยอร์
|
|
|
|
ขั้นตอนที่ 4: ทาสีน้ำมันเคลือบเงาทับหน้า 2 เที่ยว
ชั้นสุดท้ายที่ปกป้องจาก UV ความชื้น และฝุ่น ทา 2 เที่ยว เว้นให้แห้งเที่ยวละ 8–10 ชั่วโมง เลือกได้ตามงาน BegerShield Diamond Supergloss Enamel สำหรับงานเงาสูงสุด, BegerShield Supergloss Enamel สูตรกลิ่นอ่อนสำหรับงานภายใน, BegerCool Supergloss Enamel สะท้อนความร้อนสำหรับจุดโดนแดดจัด, Beger Duramel เน้นทนทานสูงสุด หรือ Bull Super High Gloss Enamel สำหรับงานคุ้มค่า
| ขั้นตอน | ระยะเวลา |
|---|---|
| แห้งผิวสัมผัส | 5–10 นาที |
| ทาทับเที่ยวถัดไป | 30 นาที |
| ลงงานทั้งระบบ | ภายในวันเดียว |
สีน้ำมันเคลือบทับหน้า
เบเยอร์ชิลด์ ไดมอนด์ ซูเปอร์กลอส อีนาเมล(สีน้ำมันอัลขีดเรซิ่น ชนิดเงาสูง) |
เบเยอร์ชิลด์ ซูเปอร์กลอส อีนาเมล(สีเคลือบเงา สูตรกลิ่นอ่อนพิเศษกว่าสีทั่วไป) |
เบเยอร์คูล ซูเปอร์กลอส อีนาเมล(สีเคลือบเงาสะท้อนความร้อน เนื้อสีเข้ม ทนทาน) |
สีเคลือบเงา กระทิง(เนื้อข้น สีเข้ม) |
วิธีทาสีเหล็กกัลวาไนซ์ แบบใหม่
การทาสีเหล็กกัลวาไนซ์แบบใหม่ คือการใช้สีเคลือบเงาที่ผสมรองพื้นกันสนิมมาให้ในตัว จึงตัดขั้นตอนวอชไพร์เมอร์และรองพื้นออกได้ทั้งหมด ทำให้ลดเวลาการทำงานลงอย่างมาก โดย สีทาเหล็ก 2in1 ประเภทนี้จะแห้งไวกว่าการทาสีเหล็กกัลวาไนซ์แบบเก่าเป็นอย่างมาก ได้แก่ สีเคลือบเงาเหล็ก BegerShield GRIPTECH 2in1 ที่เป็นสีทาเหล็กไม่ต้องทารองพื้น
ขั้นตอนที่ 1 เตรียมพื้นผิว
การเตรียมพื้นผิวของวิธีใหม่เหมือนวิธีเก่าทุกประการ คือทำความสะอาดให้ไม่มีฝุ่นและคราบสกปรกใด ๆ และเพื่อการยึดเกาะสูงสุด ควรใช้กระดาษทรายเบอร์ละเอียดขัดลูบบนพื้นผิวเล็กน้อย
พื้นผิวเหล็กกัลวาไนซ์เก่า
- ถ้าสภาพผิวเดิมเสื่อม หลุดล่อน จำเป็นต้องขูดลอกสีเก่าออกก่อน หรือใช้น้ำยาลอกสีเบเยอร์ ทำการลอกสีเดิมออก แล้วจึงทำความสะอาดพื้นผิวตามระบบ
- ถ้าสภาพผิวเดิมมีสนิม ให้พยายามขัดสนิมออกให้ได้มากที่สุด แล้วจึงทำความสะอาดพื้นผิว
- ถ้าสภาพผิวเดิมยังสมบูรณ์ หรือเป็นเหล็กที่ยังไม่เคยทาสีมาก่อน ให้ทำความสะอาดฝุ่นและคราบไขมัน แล้วขัดลูบผิวเบาๆ ก่อนลงสีได้เลย
พื้นผิวเหล็กกัลวาไนซ์ใหม่
- เหล็กกัลวาไนซ์ใหม่ส่วนมากจะมีน้ำมันเคลือบอยู่เพื่อถนอมคุณภาพเหล็ก ก่อนนำไปทาสีจำเป็นต้องเอาน้ำมันเคลือบนั้นออก โดยใช้ผ้าชุบทินเนอร์ เบเยอร์ M-77 หมาด ๆ เช็ดออก
ขั้นตอนที่ 2 ทาสีเคลือบเงา อเนกประสงค์ 2In1
หลังเตรียมพื้นผิวเสร็จ ทาสีน้ำมันทาเหล็กอเนกประสงค์ BegerShield Griptech 2in1 ได้ทันที โดยไม่ต้องใช้วอชไพร์เมอร์หรือรองพื้นกันสนิม ทา 2 เที่ยว เว้นระยะเวลาแห้งแต่ละเที่ยวเพียง 30 นาทีเท่านั้น ก็จะได้สีเหล็กกัลวาไนซ์ที่เงาสวยโดนใจ ข้อดีของกริปเทคคือเป็นสีสูตรอะคริลิก ทำให้ทนทานกว่าสีน้ำมันทั่วไปที่เป็นแอลคีด และไม่เหลืองตัว
อ่านรีวิวจากผู้ใช้จริง หรือหากต้องการงานพ่นชิ้นเล็ก มีรุ่น GRIPTECH 2in1 SPRAY และสูตรน้ำกลิ่นอ่อน GRIPTECH 2in1 AQUA
5 สาเหตุที่ทำให้สีเหล็กกัลวาไนซ์ลอก
สาเหตุอันดับหนึ่งคือการไม่ล้างน้ำมันเคลือบจากโรงงานออก ซึ่งพบได้บ่อยที่สุดในงาน DIY และงานเร่ง
ปัญหาที่พบบ่อยในการทาสีเหล็กกัลวาไนซ์
| ปัญหาที่พบ | สาเหตุ | วิธีแก้ / วิธีป้องกัน |
|---|---|---|
| สีลอกเป็นแผ่นใหญ่ภายใน 3–6 เดือน | ทาสีน้ำมันอัลคิดลงบนกัลวาไนซ์โดยตรง ทำให้เกิดปฏิกิริยาสะพอนิฟิเคชัน | ใช้วอชไพรเมอร์ก่อนทาสี หรือเลือกใช้สีอะคริลิก 2in1 |
| สีไม่เกาะตั้งแต่แรก | ไม่ได้ล้างคราบน้ำมันที่เคลือบมาจากโรงงาน | เช็ดพื้นผิวด้วยทินเนอร์ M-77 แล้วล้างซ้ำให้สะอาดก่อนทาสีทุกครั้ง |
| ฟิล์มสีพองเป็นตุ่ม | ทาทับผิวที่ยังชื้นหรือมีน้ำค้าง | ตรวจสอบให้พื้นผิวแห้งสนิท หลีกเลี่ยงการทาสีในช่วงเช้ามืด และหลังเวลา 16.00 น. |
| มีคราบขาวใต้ฟิล์มสี | ทาทับสนิมขาวโดยไม่ได้ขัดออกก่อน | ขัดคราบสนิมขาวออกให้หมดก่อนลงสี |
| สีขาวเปลี่ยนเป็นสีเหลือง | ใช้สีน้ำมันอัลคิดในเฉดสีขาวหรือสีอ่อน | เลือกใช้สีสูตรอะคริลิก หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ปัญหาสีเหลืองตัว |
ทาสีเหล็กกัลวาไนซ์หน้าฝนได้ไหม
ทาได้ แต่ควรเลือกระบบสีที่แห้งไว และต้องแน่ใจว่าผิวเหล็กแห้งสนิทก่อนลงสี เพราะความชื้นที่ค้างใต้ฟิล์มสีคือสาเหตุหลักของอาการพองและลอกในภายหลัง
- เช็กพยากรณ์อากาศให้ได้หน้าต่างเวลาแห้งอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง หลังทาเที่ยวสุดท้าย
- หลีกเลี่ยงช่วงความชื้นสูง เช้ามืดที่มีน้ำค้าง และหลัง 16.00 น.
- เลือกระบบ 2in1 เพราะรอแห้งเพียง 30 นาทีต่อเที่ยว ทำให้จบงานได้ก่อนฝนลงเมื่อเทียบกับระบบเก่าที่ต้องรอ 8–10 ชั่วโมงต่อเที่ยว
- เช็ดผิวให้แห้งสนิทด้วยผ้าสะอาด ก่อนลงสีทุกครั้ง
FAQ คำถามที่พบบ่อยสำหรับการทาสีเหล็กกัลวาไนซ์
Q1: เหล็กกัลวาไนซ์ต้องทาสีไหม ทั้งที่กันสนิมอยู่แล้ว?
A1: แม้เหล็กกัลวาไนซ์จะกันสนิมได้ดี แต่บริเวณรอยเชื่อม รอยตัด หรือเมื่อต้องเจอแดดฝนบ่อยๆ อาจเกิดสนิมได้ การทาสีจึงช่วยยืดอายุการใช้งานและเพิ่มความสวยงาม โดยการทาสีทับกัลวาไนซ์ (ระบบดูเพล็กซ์) ยืดอายุการปกป้องได้ 1.5–2.3 เท่าของอายุสองระบบรวมกัน
Q2: วิธีทาสีเหล็กกัลวาไนซ์แบบเดิมต้องทำอย่างไร?
A2: ทำ 4 ขั้นตอนตามลำดับ คือ 1) เตรียมพื้นผิว 2) ทาวอชไพร์เมอร์ 3) ทารองพื้นกันสนิม 4) ทาสีน้ำมันทับหน้า 2 เที่ยว ใช้เวลารวมประมาณ 1–2 วันเพราะต้องรอแต่ละชั้นแห้ง
Q3: มีวิธีทาสีเหล็กกัลวาไนซ์ที่แห้งไวและง่ายกว่าไหม?
A3: มี สามารถใช้ สีเหล็กกัลวาไนซ์ 2 in 1 เช่น BegerShield GRIPTECH 2IN1 ที่ไม่ต้องทารองพื้น แห้งผิวใน 5–10 นาที และทาทับเที่ยวถัดไปได้ใน 30 นาที
Q4: ก่อนทาสีเหล็กกัลวาไนซ์ควรเตรียมพื้นผิวอย่างไร?
A4: เหล็กใหม่ให้เช็ดคราบน้ำมันด้วยทินเนอร์แล้วขัดลูบด้วยกระดาษทรายละเอียด ส่วนเหล็กเก่าให้ขัดสนิมและลอกสีเดิมที่เสื่อมสภาพออกก่อน จากนั้นทำความสะอาดให้หมดจดและปล่อยให้แห้งสนิท
Q5: สนิมขาว (White Rust) บนเหล็กกัลวาไนซ์ ทาสีทับเลยได้ไหม?
A5: ไม่ได้ ต้องขัดคราบขาวออกให้หมดก่อนเสมอ เพราะสนิมขาวเป็นชั้นผงที่ยึดกับผิวไม่แน่น หากทาทับไปเลยฟิล์มสีจะลอกตามคราบนั้นออกมา
ทาสีเหล็กกัลวาไนซ์มี 2 ระบบให้เลือก ระบบเก่าใช้ 4 ขั้นตอน คือ 1.เตรียมพื้นผิว 2.วอชไพร์เมอร์ 3.รองพื้นกันสนิม 4.สีน้ำมันทับหน้า ซึ่งให้ชั้นปกป้องหนาแต่ใช้เวลา 1–2 วัน ส่วนระบบใหม่ด้วยสี 2 in 1 อย่าง เบเยอร์ชิลด์ กริปเทค ทูอินวัน ตัดขั้นตอนรองพื้นและวอชไพร์เมอร์ออก เหลือเพียงเตรียมผิวแล้วทาทับ 2 เที่ยว รอเที่ยวละ 30 นาที จบงานได้ภายในวันเดียว
ไม่ว่าจะเลือกระบบไหน หัวใจเดียวกันคือการล้างน้ำมันเคลือบออกให้หมดและขัดลูบผิวมันวาวก่อนลงสีเสมอ และหากต้องทำงานในหน้าฝน ระบบ 2 in 1 จะช่วยให้จบงานได้ทันก่อนฝนลง










