การรั่วซึมของหลังคาเมทัลชีทเป็นปัญหาที่เจ้าของบ้านจำนวนมากต้องพบเจอ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่มีฝนตกบ่อยหรือในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศชื้นตลอดปี หากละเลยไว้นาน ไม่เพียงทำให้บ้านเสียความสวยงาม แต่ยังเสี่ยงทำให้โครงสร้างบ้านเสียหาย และเพิ่มค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในอนาคต
สาเหตุของหลังคาเมทัลชีทรั่วซึม
- การก่อสร้างหรือติดตั้งไม่ได้มาตรฐาน เช่น ความลาดเอียงไม่เหมาะสม การทับซ้อนของแผ่นเมทัลชีทไม่เพียงพอ
- อายุการใช้งานและความเสื่อมสภาพ: เมทัลชีทที่ใช้มานานมักเกิดสนิม ผุกร่อน และทำให้เกิดรูรั่ว
- การขันสกรูไม่แน่นหรือยางรองเสื่อม: หัวสกรูเป็นจุดอ่อนที่พบน้ำรั่วซึมบ่อยที่สุด
- รอยรั่วตามรอยต่อและตะเข็บ: เกิดจากการหดขยายของโลหะตามอุณหภูมิ ทำให้ตะเข็บเปิด
- รางน้ำตันหรือระบายน้ำไม่ดี: น้ำไหลย้อนเข้าใต้หลังคา
- การใช้ผลิตภัณฑ์กันซึมไม่ได้มาตรฐาน: ซีลหรือเคลือบกันน้ำที่ไม่มีคุณภาพจะเสื่อมสภาพไว
แนวทางแก้ไขหลังคาเมทัลชีทรั่วซึม
1. ทำความสะอาดพื้นผิวก่อนซ่อม - ขัดสนิมและคราบสกปรกออกจากหลังคาเมทัลชีทให้หมด เพื่อให้สารเคลือบหรือวัสดุซ่อมยึดเกาะได้ดี
2. อุดรอยรั่วด้วยวัสดุคุณภาพ - ใช้ PU Sealant อย่าง Beger PU Seal ที่ยืดหยุ่นสูง ปิดรอยต่อและป้องกันน้ำรั่วซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ทาสีรองพื้นกันสนิม - ทารองพื้นป้องกันสนิมด้วยสูตรน้ำ BegerShield Griptech 2IN1 Rustproof เพื่อยืดอายุการใช้งานและป้องกันการผุกร่อน
4. เคลือบด้วยสีทากันรั่วซึม - ปกป้องหลังคาด้วย Beger RoofSeal Cool ที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนและกันน้ำรั่วซึม
- ใช้คู่กับ Beger Fiber Mesh เพื่อเสริมแรง เพิ่มความทนทาน
- ควรทาซ้ำอย่างน้อย 2 รอบ โดยเว้นระยะให้แห้ง 2–3 ชั่วโมง
ผลเสียที่เกิดจากการปล่อยให้หลังคารั่วซึม
- เกิดคราบน้ำและเชื้อรา บนฝ้าเพดานและผนัง
- ทำให้โครงสร้างไม้หรือเหล็กเสียหาย จากการผุและสนิม
- สิ้นเปลืองพลังงาน เพราะความชื้นสะสมทำให้บ้านร้อนและอับ
- ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงสูงขึ้น หากปล่อยนานจนปัญหาลุกลาม
วิธีป้องกันปัญหาหลังคาเมทัลชีทรั่วซึม
- ตรวจสอบสภาพหลังคาอย่างน้อยปีละ 1–2 ครั้ง โดยเฉพาะก่อนฤดูฝน
- หมั่นทำความสะอาดรางน้ำและกำจัดเศษใบไม้/ฝุ่นที่อุดตัน
- ใช้ผลิตภัณฑ์กันรั่วซึมคุณภาพสูง เช่น Beger RoofSeal Cool ร่วมกับ Beger Fiber Mesh เพื่อเพิ่มความแข็งแรง
- ซ่อมแซมทันทีเมื่อพบจุดรั่วซึมเล็ก ๆ ก่อนลุกลาม
FAQ คำถามที่พบบ่อย
Q1: หลังคาเมทัลชีทอายุเท่าไรถึงเริ่มเสื่อม?
A: โดยทั่วไปอายุการใช้งานเฉลี่ย 10–15 ปี หากดูแลดีและทาสีกันสนิมสม่ำเสมอ อาจใช้งานได้ยาวนานขึ้น
Q2: ซ่อมเองได้หรือควรเรียกช่าง?
A: รอยรั่วเล็กสามารถซ่อมเองได้ด้วย PU Sealant แต่ถ้าเป็นรอยรั่วใหญ่หรือโครงสร้างเสื่อม ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ
Q3: หลังคารั่วทำให้ค่าไฟเพิ่มจริงหรือไม่?
A: จริง เพราะความชื้นสะสมทำให้บ้านร้อนและเครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น
Q4: ควรเลือกใช้สีเคลือบกันรั่วแบบไหนดี?
A: ควรเลือกแบบกันรั่ว + สะท้อนความร้อน เช่น Beger RoofSeal Cool ซึ่งช่วยทั้งป้องกันน้ำและลดอุณหภูมิบ้าน