
เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝน เจ้าของบ้านจำนวนมากมักเริ่มตรวจสอบสภาพบ้านเพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ไม่ว่าจะเป็นผนังแตกร้าว น้ำรั่วซึม การเกิดเชื้อรา หรือแม้แต่ความร้อนสะสมจากแสงแดดที่ส่งผลให้ภายในบ้านเกิดความอับชื้นและเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร ปัญหาเหล่านี้ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากพื้นผิวหลังคาและดาดฟ้าที่ไม่ได้รับการปกป้องอย่างเหมาะสม หนึ่งในแนวทางป้องกันที่มีประสิทธิภาพและได้รับความนิยมในปัจจุบัน คือการเลือกใช้สีทากันซึมที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งการป้องกันการรั่วซึม ลดความร้อน และช่วยเสริมความทนทานให้กับโครงสร้างในขั้นตอนเดียว บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ 2 ผลิตภัณฑ์เด่นจากเบเยอร์ ซึ่งได้รับการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์การแก้ปัญหารั่วซึมและความร้อนโดยเฉพาะ พร้อมช่วยเสริมการปกป้องบ้านให้สามารถรับมือได้ทั้งฝนตกหนักและสภาพอากาศร้อนจัดในระยะยาว
แนะนำ 2 สีทากันซึมคุณภาพสูงจากเบเยอร์
ต้องบอกก่อนว่า สีทากันซึมนั้นแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักครับ แตกต่างกันไปตามส่วนประกอบของสีทากันซึม ได้แก่ สีทากันซึมอะคริลิก (Acrylic) สีทากันซึมโพลียูรีเทน (Polyurethane: PU) และสีทากันซึมโพลียูรีเทนไฮบริด (Polyurethane Hybrid)
ผลิตภัณฑ์เด่นทั้งสองรายการ ได้แก่ Beger Roof Guard W-001 ซึ่งพัฒนาจากอะคริลิกคุณภาพสูง อันเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมในกลุ่มช่างมืออาชีพ ด้วยคุณสมบัติด้านการป้องกันน้ำซึมเข้าสู่พื้นผิว ความทนทานต่อสภาพอากาศ ความยืดหยุ่นของฟิล์มสี และประสิทธิภาพในการช่วยลดความร้อน อีกทั้งยังมีความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้รับ
ขณะที่ Beger RoofSeal Cool เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมขั้นสูงในกลุ่มโพลียูรีเทนไฮบริด ซึ่งได้รับการพัฒนาให้มีคุณสมบัติโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยี กราฟีน (Graphene) ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของฟิล์มสีได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งผสานนวัตกรรม Ceramic Cooling ที่สามารถสะท้อนรังสีความร้อนได้สูงถึง 97% ส่งผลให้ช่วยลดอุณหภูมิสะสมบนพื้นผิวได้อย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งสองผลิตภัณฑ์จัดอยู่ในกลุ่มสีทากันซึมคุณภาพสูง และได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ได้แก่ มอก. 2321-2564 สำหรับสีอิมัลชันทนสภาวะอากาศ และ มอก. 2514-2564 สำหรับสีอิมัลชันลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ จึงสามารถสร้างความมั่นใจในด้านคุณภาพ ความทนทาน และประสิทธิภาพการใช้งานในระยะยาวได้อย่างแท้จริง
สรุปคุณสมบัติของสีทากันซึม

เฉดสีของสีทากันซึมมีอะไรบ้าง
สีทากันซึมจากเบเยอร์มีให้เลือกหลากหลายโทนสียอดนิยม เช่น สีเขียว สีขาว สีเทา สีน้ำเงิน และสีน้ำตาลแดง ตอบโจทย์ทั้งความสวยงามและการใช้งานได้อย่างลงตัว

*ตัวอย่างสีทั้งหมดใกล้เคียงกับสีจริงเท่านั้น แนะนำให้ดูสีจริงที่ร้านค้าใกล้บ้านก่อนการสั่งซื้อ
สีทากันซึมใช้กับพื้นที่ใดได้บ้าง
สีทากันซึมมักถูกเข้าใจว่าใช้สำหรับดาดฟ้า หลังคา และผนังเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงสามารถประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายพื้นผิว ดังนี้
- ดาดฟ้าและพื้นคอนกรีต
- หลังคาโลหะ เช่น เมทัลชีท
- หลังคากระเบื้อง เช่น กระเบื้องลอนคู่ และกระเบื้องโมเนีย
- ระเบียง และรางน้ำคอนกรีต
- อิฐมอญ และอิฐบล็อก
- ไม้แผ่น ไม้รั้ว และไม้เทียม
- พื้นยางมะตอย
ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน พร้อมปกป้องพื้นผิวได้อย่างครอบคลุมในหลายบริเวณของอาคาร

ข้อควรรู้ก่อนทาสีกันซึม
นอกจากการเลือกสีทากันซึมที่มีคุณภาพแล้ว การเตรียมพื้นผิวอย่างถูกต้องถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยพื้นผิวต้องแห้ง สะอาด และปราศจากสิ่งสกปรก หากพบฟิล์มสีเดิมที่เสื่อมสภาพหรือหลุดลอก ควรขูดออกให้หมด รวมถึงกรณีที่มีเชื้อราหรือตะไคร่น้ำ ควรทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อรา เช่น Beger MouldFree M-001
สำหรับรอยแตกร้าวหรือลายงา แนะนำให้อุดซ่อมด้วย Beger Sealant โดยเลือกประเภทซีลแลนท์ให้เหมาะสมกับขนาดของรอยแตก ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการทาสีรองพื้นและทาสีกันซึมทับหน้า ในกรณีที่เป็นพื้นผิวปูนเก่า ควรใช้สีรองพื้นปูนเก่าทนชื้นสูง เช่น Beger Pro Quick Primer B-1900 เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะและการปกป้องพื้นผิวให้ดียิ่งขึ้น ก่อนทาทับด้วยสีกันซึม นอกจากนี้ ในระหว่างการทาสีกันซึม การปูตาข่ายไฟเบอร์เมช (Fiber Mesh) ถือเป็นอีกขั้นตอนที่สำคัญ เนื่องจากช่วยเสริมความแข็งแรง เพิ่มการยึดเกาะกับพื้นผิว และช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบกันซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีใช้งานสีทากันซึม
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สีทากันซึม หรือกำลังอยู่ในช่วงรีโนเวทบ้านและประสบปัญหาความร้อนสะสม น้ำรั่วซึม รอยแตกร้าว หรือเชื้อรา สามารถขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้จากผู้เชี่ยวชาญของเบเยอร์
