คำนวณราคา งบประมาณ ทาสีบ้าน

ในการปรับปรุงทาสีบ้านใหม่แต่ละครั้งนั้น นอกสีเรื่องสีสันที่ต้องเลือกดูให้ดี เรื่องงบประมาณก็ถือเรื่องใกล้ที่มองข้ามไม่ได้ เพราะจะเป็นการคำนวณเงินในกระเป๋า ให้ไม่บานปลาย ซึ่งถ้าหากต้องการจะทาสีบ้านเก่าให้ดูใหม่ ซึ่งคนในวงการสีทาอาคารเขาเรียกว่า "ตลาดสีทาซ้ำ" วันนี้มีข้อมูลดีๆ แนะนำดังนี้

คำนวณราคา ทาสีบ้านใหม่ ต้องจ่ายอะไรบ้าง

การจะทาสีบ้านภายนอก หรือรีโนเวทสีห้องภายในใหม่แต่ละที อาจมีราคาเริ่มต้นที่หลักร้อยบาทไปจนถึงหลายล้านบาทเลยก็ได้ ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ราคาถูกหรือแพง จะขึ้นอยู่กับ 2 สิ่งนี้ ได้แก่ ค่าสี และ ค่าจ้างช่างทาสี เราลองไปดูกันว่าค่าต่างๆ เหล่านี้ในตลาดปัจจุบันเค้ามีวิธีการคำนวณอย่างไร และจะต้องเตรียมเงินเท่าไหร่ถึงจะพอทาสี  

1. ค่าสี

ก่อนที่จะไปดูว่าค่าผลิตภัณฑ์สีที่เราจะใช้เป็นเท่าไหร่ สิ่งแรกที่ต้องหาคำตอบมาให้ได้คือ ขนาดพื้นที่ผนังที่เราจะทาสี  มีพื้นที่กี่ตารางเมตร เพื่อที่เราจะได้นำข้อมูลส่วนนี้ไปซื้อสีมาใช้ให้จำนวนพอดีกับพื้นที่ ไม่เหลือหรือไม่ขาด เนื่องจากผลิตภัณฑ์สีแต่ละชนิดมีคุณสมบัติครอบคลุมพื้นที่การทา และจำนวนเที่ยวที่ต้องทาแตกต่างกัน ซึ่งวิธีการคำนวณพื้นที่ และปริมาณสีที่ใช้ สามารถทได้ดังนี้

วิธีคำนวณพื้นที่ๆ จะทาสี

วิธีการคำนวณแบ่งเป็นวัดพื้นที่ผนังภายนอกและภายใน จำง่ายๆ ว่า ผนังไหนที่เราจะทาสีผนังนั้นต้องเอามาคำนวณ! สำหรับผนังภายนอก ให้วัดหรือคำนวณพื้นที่รอบตัวบ้านคร่าวๆ ถ้าเป็นบ้านเดี่ยวสามารถคำนวณได้ตามสูตรนี้ (กรณีถ้าเป็นบ้านแฝดหรือทาวน์เฮาส์ ทาวน์โฮม ผนังบ้านด้านที่ติดกันไม่ต้องนำมาคำนวณ (เพราะเป็นพื้นที่เพื่อนบ้านไงล่ะ)

 

(หน้ากว้าง x ความสูง)  บวก (หลังกว้างx ความสูง) บวก (ความลึกด้านซ้าย x ความสูง) บวก (ความลึกด้านขวา x ความสูง)
ได้เท่าไหร่ให้เอาไป ลบ ด้วยพื้นที่ของหน้าต่างและประตู

 

ในทำนองเดียวกัน การคำนวณพื้นที่ผนังภายใน ก็ใช้วิธีการ นำพื้นที่ผนังด้านที่ต้องการทาสี (ความกว้างxสูง) มารวมกัน แล้ว ลบ ด้วยพื้นที่หน้าต่างและประตู ส่วนฝ้าเพดานให้เอาความกว้าง x ความยาว

 

วิธีคำนวณปริมาณสีที่ต้องใช้จริง

เมื่อได้ขนาดพื้นที่ (ตารางเมตร) ที่จะต้องทาสีแล้ว ทีนี้เราก็สามารถนำมาคำนวณปริมาณสีที่ต้องใช้ได้แล้ว ซึ่งโดยทั่วไป สีทาภายนอก สีทาภายใน สีรองพื้นปูนเก่า สีรองพื้นปูนใหม่ ขนาดถัง 1 แกลลอน (ประมาณ 3.785 ลิตร) จะรองรับการทาครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 30 ตารางเมตร ต่อ 1 เที่ยว 

ดังนั้นสูตรการคำนวณ ก็คือ " เอาพื้นที่ทั้งหมด (ตารางเมตร) หารด้วย 30 " ก็จะได้คำตอบแล้วว่าจะต้องใช้สีกี่แกลลอน แต่เดี๋ยวก่อน!! สูตรนี้ใช้ได้ก็ต่อเมื่อเราทาสีเพียงเที่ยวเดียว แต่สำหรับใครที่ต้องการทาสีระบบมาตรฐาน  ควรทาสีจริง (สีทับหน้า) อย่างน้อย 2 เที่ยว และทาสีรองพื้น อย่างน้อย 1 เที่ยว 

ดังนั้นสูตรการคำนวณจริงๆ ของสีทับหน้าอาจจะต้องเอาไปคูณ 2 หรือ 3 (กรณีต้องการทา 3 เที่ยว)  พูดแบบนี้เพื่อนๆ อาจเริ่มปวดหัวแล้ว ไม่เป็นไร ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้ได้เลย

 

 

ตัวอย่าง : บ้านหลังหนึ่งคำนวณพื้นที่ผนังทาสีภายนอกทั้งหมด เท่ากับ 300 ตารางเมตร 

ถ้าคิดตามสูตรดังกล่าว สี 1 แกลลอนจะทาได้พื้นที่ประมาณ 30 ตารางเมตร ดังนั้นพื้นที่ 300 ตารางเมตร เราจะต้องใช้สีรองพื้นทั้งสิ้น 10 แกลลอน และถ้าสมมุติว่าจะทาสีทับหน้า (ก็คือทาสีจริงที่เราต้องการนั่นแหละ เช่น สีฟ้า ม่วง ชมพู เขียว ฯลฯ)) ตามระบบ 2 เที่ยว ก็จะใช้สีทาภายนอกทั้งสิน 20 แกลลอน นั่นเอง สำหรับการคำนวณปริมาณสีทาภายในก็ใช้หลักการเดียวกันได้เลยครับ หรือถ้าง่ายกว่านั้นสามารถกดที่ปุ่มด้านล่างเพื่อคำนวณปริมาณสีที่ต้องใช้ได้เลย



หลังจากได้จำนวนแกลลอนก็เอาไปคูณกับราคาสีต่อถัง ก็จะได้ราคาเฉพาะค่าผลิตภัณฑ์สีที่ต้องการแล้วครับ แต่สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือ สีแต่ละรุ่นอาจจะมีการรองรับพื้นที่ไม่เท่ากัน และสีที่มีเฉดแตกต่างกันอาจจะมีราคาไม่เท่ากัน ดังนั้นสิ่งเหล่านี้อาจส่งผลให้ราคาสีถูกลง หรือแพงขึ้นได้ด้วยนะครับ

ข้อควรรู้ : เวลาไปร้านขายสีซื้อสี ให้บอกขนาดพื้นที่ของ "ผนัง" อย่าบอกพื้นที่ห้อง หรือพื้นที่บ้านไปนะครับ

 

2. ค่าจ้างช่างทาสี

กรณีที่ไม่ได้มีคนงาน หรือไม่ต้องจะทาสีเอง การจ้างช่างทาสี คือทางเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากทางช่างหรือบริษัทเราเหมาทาสี จะทำการประเมินค่าใช้จ่ายมาให้เลย ทำให้เราทราบได้ทันทีว่าเราจะต้องจ่ายเงินทั้งหมดเท่าไหร่ ไม่ต้องมานั่งคำนวณขนาดห้อง ซื้อสีเองขาดๆ เกินๆ  ซึ่ง ค่าแรงทาสี ส่วนใหญ่จะคิดตามพื้นที่การทาสี จากที่สำรวจล่าสุด ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 50 - 180 บาท/ตารางเมตร ซึ่งจะมีทั้งที่เป็นเฉพาะค่าแรงเท่านั้นไม่รวมค่าสี กับ ที่รวมค่าสีมาให้เลย

ยิ่งไปกว่านั้นปัจจุบันก็จะมีหลายๆ บริษัทก็คิดบริการแบบเหมาเป็นแพ็กเกจ รวมค่าบริการ ค่าสำรวจหน้างาน ค่าอุปกรณ์ และค่าผลิตภัณฑ์สีมาให้เลย

นอกจากนี้อาจจะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าสำรวจหน้างานประเมินพื้นที่ก่อนทาสี หรือ กรณีทาสีภายนอก อาจจะมีค่าบริการตั้งนั่งร้านด้วย อย่างไรก่อนทาสีลองสอบถามกับช่างหรือบริษัทรับเหมาทาสีถึงเงื่อนไขให้ดีก่อนนะครับ

เมื่อได้ค่าสี กับค่าช่างเรียบร้อย ก็นำทั้งสองมารวมกัน ทีนี้เราก็จะได้ค่าทาสีในครั้งนี้แล้วครับผม

 

SHARE :
กรุณาพิมพ์ชื่อสินค้า, รหัส หรืออื่นๆที่เกี่ยวข้อง