หลังคารั่วซึม เป็นปัญหาที่เจ้าของบ้านจำนวนมากพบเจอ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน เพราะเพียงจุดรั่วเล็ก ๆ ก็สามารถทำให้ น้ำฝนรั่ว ซึมเข้าบ้าน ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ฝ้าเพดาน และพื้นบ้าน นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการเกิด เชื้อรา ตะไคร่น้ำ และกลิ่นอับ ซึ่งไม่เพียงทำลายความสวยงามของบ้าน แต่ยังสร้างปัญหาสุขภาพและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมตามมา
ปัญหาหลังคารั่วซึมมักมีสาเหตุมาจาก การก่อสร้างหรือซ่อมแซมที่ไม่ได้มาตรฐาน แผ่นสันครอบหรือกระเบื้องแตก รอยรั่วบริเวณสกรู รอยแยกระหว่างผนังกับพื้น รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์กันซึมที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งหากไม่รีบแก้ไขอาจลุกลามและซ่อมแซมได้ยากขึ้น
สาเหตุของหลังคารั่วซึม
- การก่อสร้าง ติดตั้ง หรือต่อเติมที่ไม่ได้มาตรฐาน
- แผ่นสันครอบมีความเสียหาย เกิดช่องว่าง รูรั่ว
- แผ่นกระเบื้องหลังคาแตกร้าว
- รูรั่วบริเวณสกรูที่ยึดกระเบื้องหลังคา
- รอยต่อขอบมุมระหว่างผนังและพื้นเกิดรอยแยกแตกร้าว
- พื้นคอนกรีตเกิดรอยแตกร้าว ปูนเสื่อมสภาพ
- ผลิตภัณฑ์กันซึมที่ไม่ได้มาตรฐาน
แนวทางแก้ไขหลังคารั่วซึม
- ทำความสะอาดหลังคาให้ทั่วเพื่อกำจัดฝุ่นหรือสิ่งสกปรกออกให้หมด
- กำจัดเชื้อราด้วย Beger Mouldfree M-001 โดยทาให้ชุ่มแล้วทิ้งไว้ให้แห้งโดยไม่ต้องล้างออก
- อุดโป้วรอยแตกร้าวด้วย Beger PU Seal ชนิดหลอด สำหรับรอยแตกที่ยังเคลื่อนตัว
- ทารองพื้น Beger Pro Quick Primer B-1900 จำนวน 1 เที่ยว แล้วทิ้งให้แห้งสนิท
- ทาสีทากันซึม Beger RoofSeal Cool เที่ยวแรกโดยไม่ต้องผสมน้ำ พร้อมปูตาข่ายเสริมแรง Beger Fiber Mesh ทิ้งไว้ให้แห้งอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง แล้วจึงทาทับเที่ยวที่ 2
คำแนะนำ
เจ้าของบ้านควรตรวจสอบการพยากรณ์อากาศ เพื่อให้แน่ใจว่ามีสภาพอากาศที่แห้งและมีเวลาเพียงพอสำหรับการทาสีให้แห้ง และเพื่อประสิทธิภาพการยึดเกาะให้ดีที่สุด ช่างหรือเจ้าของบ้านควรใช้ Beger RoofSeal Cool ร่วมกับตาข่ายเสริมแรง Beger Fiber Mesh เสมอ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหลังคารั่วซึม (Leaky Roofs) (FAQ)
Q1: หลังคารั่วซ่อมเองได้ไหม?
สามารถซ่อมเองได้ถ้ารอยรั่วมีขนาดเล็ก และมีอุปกรณ์พร้อม โดยควรทำความสะอาดพื้นที่ให้เรียบร้อย อุดรอยร้าวด้วยวัสดุที่เหมาะสม และทากันซึมคุณภาพสูง เช่น Beger RoofSeal Cool ร่วมกับตาข่ายเสริมแรง Beger Fiber Mesh แต่ถ้ารอยรั่วใหญ่หรือเกิดจากโครงสร้างเสียหาย ควรเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันปัญหาซ้ำ
Q2: กันซึมหลังคาแบบไหนดี?
ควรเลือกผลิตภัณฑ์กันซึมที่ทนแดด ทนฝน และยึดเกาะได้ดีกับพื้นผิว เช่น คอนกรีตหรือกระเบื้องหลังคา โดย Beger RoofSeal Cool เป็นตัวเลือกยอดนิยม เพราะช่วยป้องกันการรั่วซึมได้ยาวนาน พร้อมคุณสมบัติสะท้อนความร้อน ลดอุณหภูมิในบ้านได้
Q3: ควรตรวจสอบหลังคาบ่อยแค่ไหน?
แนะนำให้ตรวจสอบอย่างน้อยปีละ 1–2 ครั้ง โดยเฉพาะก่อนและหลังฤดูฝน เพื่อตรวจหาความเสียหาย เช่น รอยร้าว รอยต่อเสื่อม หรือการเสื่อมสภาพของกันซึม เพื่อแก้ไขได้ทันก่อนเกิดความเสียหายรุนแรง
Q4: การใช้ตาข่ายเสริมแรง Beger Fiber Mesh จำเป็นหรือไม่?
จำเป็น เพราะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ชั้นกันซึม ลดโอกาสการแตกร้าว และทำให้กันซึมมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการขยับตัวหรือสั่นสะเทือน