TH | EN

คู่มือเลือกสีรักษ์โลกให้เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยและไลฟ์สไตล์ของคนในบ้าน

คู่มือเลือกสีรักษ์โลก

สีรักษ์โลก (Eco-friendly Paint) คือสีทาบ้านที่มีสารระเหยอันตราย (VOCs) ต่ำมาก ปลอดภัยต่อสุขภาพ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับบ้านในไทยที่อากาศร้อนชื้น การเลือกสีรักษ์โลกที่เหมาะที่สุด คือใช้สีสะท้อนความร้อนสำหรับผนังภายนอกเพื่อลดอุณหภูมิบ้าน และใช้สี Low VOCs สำหรับภายในเพื่อดูแลคุณภาพอากาศของคนในบ้าน

สีรักษ์โลกคืออะไร ต่างจากสีทั่วไปอย่างไร?

สีรักษ์โลก คือสีทาบ้านที่ออกแบบให้มีปริมาณสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs -Volatile Organic Compounds) ต่ำมาก จึงปล่อยสารเคมีสู่อากาศน้อยกว่าสีทั่วไปอย่างชัดเจน จุดต่างสำคัญไม่ได้อยู่ที่สีสวยกว่า แต่อยู่ที่ความปลอดภัยต่อสุขภาพและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่น้อยลง

สีทั่วไปมักปล่อย VOCs ออกมาระหว่างและหลังทา ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นฉุนและการสะสมของสารเคมีในอากาศภายในบ้าน ส่วนสีรักษ์โลกระดับ Low VOCs หรือ Ultra Low VOCs จะลดปัญหานี้ลง และหลายรุ่นยังเพิ่มคุณสมบัติสะท้อนความร้อนหรือยับยั้งเชื้อโรคเข้าไปด้วย

ทำไมสีรักษ์โลกจึงเหมาะกับบ้านในประเทศไทย?

สีรักษ์โลกเหมาะกับบ้านในไทยเพราะตอบโจทย์สภาพอากาศร้อนชื้นและการอยู่อาศัยแบบหลายช่วงวัยได้พร้อมกัน ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้นที่มีอุณหภูมิสูง แสงแดดจัด และความชื้นสะสมเกือบตลอดทั้งปี ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานของสีและคุณภาพอากาศในบ้าน

3 เหตุผลที่สีรักษ์โลกเหมาะกับสภาพอากาศไทย

  • อากาศร้อนจัด: สีที่สะท้อนความร้อนช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านและลดภาระเครื่องปรับอากาศ
  • ความชื้นสูง: สีต้องยืดหยุ่น ทนการขยายตัวของผนัง และไม่ลอกล่อนง่าย
  • อยู่กันหลายวัย: บ้านไทยมักอยู่ร่วมกันหลายเจเนอเรชัน สีจึงต้องปลอดภัยต่อเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้แพ้ง่าย

วิธีเลือกสีรักษ์โลกให้เหมาะกับการใช้งาน ทีละขั้นตอน

หลักการเลือกสีรักษ์โลกคือ แบ่งตามพื้นที่ใช้งานก่อนเสมอ เพราะผนังภายนอกและภายในเจอปัญหาคนละแบบ แล้วจึงเลือกคุณสมบัติสีให้ตรงกับปัญหานั้น

1. พื้นที่ภายนอก: เน้นสู้แดดและลดอุณหภูมิบ้าน

ผนังภายนอกรับแสงแดดและความร้อนโดยตรง จึงควรเลือกสีที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน ตัวอย่างเช่น BegerCool ที่ผู้ผลิตระบุว่าช่วยลดอุณหภูมิผนังได้สูงสุด 6 องศา ช่วยให้บ้านเย็นขึ้นและประหยัดค่าไฟ

2. พื้นที่ภายใน: ความปลอดภัยของคนในบ้านมาก่อน

พื้นที่ภายในเป็นที่ที่เราใช้ชีวิตยาวนาน จึงควรเน้นคุณภาพอากาศภายในเป็นหลัก เลือกสีที่ไม่มีสารระเหยอันตราย (Low VOCs หรือ Zero VOCs) และมีคุณสมบัติช่วยลดการสะสมของเชื้อโรค เช่น BegerShield AirFresh Gold Ion

  • มีเทคโนโลยี โกลด์ ไอออน สามารถยับยั้งเชื้อโคโรน่าไวรัส (SARS-CoV-2)
  • กลิ่นอ่อนพร้อมเข้าอยู่ใน 5 นาที(หลังสีแห้ง)
  • ช่วยฟอกอากาศภายในห้องให้สะอาดขึ้น
  • เหมาะกับห้องเด็ก ห้องผู้สูงอายุ และห้องนอน

3. ตรวจให้แน่ใจว่าเป็นสีรักษ์โลก "จริง" ไม่ใช่แค่การตลาด

  1. ท่ามกลางกระแส greenwashing การตรวจฉลากคือวิธียืนยันที่ดีที่สุด ก่อนซื้อให้ไล่เช็กตามลำดับนี้
  2. ดูค่า VOCs ที่ระบุบนกระป๋อง ยิ่งต่ำยิ่งดี (มองหาคำว่า Low VOCs หรือ Zero VOCs)
  3. มองหาฉลากเขียว (Green Label) ที่รับรองโดยองค์กรมาตรฐานสิ่งแวดล้อม
  4. ตรวจฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 หากเป็นสีสะท้อนความร้อน

พิจารณาฉลากคาร์บอนหรือข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์

สีรักษ์โลกกับสีทั่วไป ต่างกันอย่างไร 

โดยสรุป สีรักษ์โลกได้เปรียบสีทั่วไปในด้านความปลอดภัยต่อสุขภาพ กลิ่น และผลต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่สีทั่วไปอาจถูกกว่าเมื่อเทียบเฉพาะราคาต่อกระป๋อง แต่ไม่ได้คำนึงถึงค่าไฟและสุขภาพระยะยาว

หัวข้อเปรียบเทียบ สีรักษ์โลก (Eco-friendly) สีทั่วไป
สารระเหย VOCs ต่ำมาก (Low/Zero VOCs) มักสูงกว่า อาจสะสมในอากาศ
กลิ่นระหว่างทา กลิ่นเบา ระบายเร็ว กลิ่นแรง ต้องเปิดระบายนาน
ความปลอดภัยต่อเด็ก/ผู้สูงอายุ เหมาะ ปลอดภัยกว่า ควรระวังในพื้นที่ปิด
ลดความร้อน (รุ่นสะท้อนความร้อน) มี ช่วยลดอุณหภูมิผนัง ทั่วไปไม่มีคุณสมบัตินี้
ฉลากสิ่งแวดล้อม มักมีฉลากเขียว/ฉลากคาร์บอน ไม่แน่นอน
ผลต่อสิ่งแวดล้อมระยะยาว ต่ำกว่า สูงกว่า


เทคโนโลยีสีรักษ์โลก ที่ควรรู้

แนวโน้มสีรักษ์โลก คือการผสาน "เทคโนโลยีสุขภาพ" เข้ากับ "ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม" ที่จับต้องได้ ผู้บริโภคไม่ได้มองแค่สีที่ปลอดภัย แต่ต้องการข้อมูลที่พิสูจน์ได้ว่าช่วยโลกจริง

  • Gold iON Technology: เทคโนโลยีที่ผู้ผลิต Beger ระบุว่าช่วยยับยั้งไวรัสและแบคทีเรียบนพื้นผิว
  • แอป Beger Paint CO₂ CAL: เครื่องมือช่วยคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ให้ผู้บริโภคตัดสินใจโดยมีข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมประกอบ
  • สีคาร์บอนต่ำ (Low Carbon): ผลิตภัณฑ์กลุ่มใหม่ที่เน้นลดการปล่อยคาร์บอนตลอดวงจรชีวิตของสินค้า

สีรักษ์โลกเหมาะกับใคร?

สีรักษ์โลกเหมาะกับทุกบ้านที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและค่าใช้จ่ายระยะยาว แต่จะได้ประโยชน์ชัดเจนเป็นพิเศษกับกลุ่มต่อไปนี้

  • บ้านที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภูมิแพ้และปัญหาทางเดินหายใจ
  • บ้านที่เปิดแอร์บ่อยและต้องการลดค่าไฟจากความร้อนสะสม
  • คนที่ทำงานที่บ้าน (WFH) และใช้เวลาในห้องปิดนาน จึงใส่ใจคุณภาพอากาศ
  • เจ้าของบ้านที่ต้องการมีส่วนร่วมลดคาร์บอนและสนับสนุนความยั่งยืน

การเลือกสีรักษ์โลกให้เหมาะกับสภาพอากาศและไลฟ์สไตล์ในไทยไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามของบ้าน แต่คือการลงทุนกับคุณภาพชีวิตระยะยาว ทั้งความเย็นสบายในบ้าน สุขภาพของคนในครอบครัว การประหยัดพลังงาน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เริ่มต้นง่ายๆด้วยการเลือกสีสะท้อนความร้อนสำหรับภายนอก สี Low VOCs หรือ Zero VOCs สำหรับภายใน และตรวจฉลากสิ่งแวดล้อมก่อนซื้อทุกครั้ง เพียงเท่านี้ก็เป็นก้าวเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนแปลงได้จริงทั้งต่อบ้านของเราและต่อโลก

แนะนำผลิตภัณฑ์

ฺBegerCool DiamondShield 15

BegerCool DiamondShield 15
เบเยอร์คูล ไดมอนด์ชิลด์ 15 สีคาร์บอนต่ำ (รักษ์โลก)

BegerShield AirFresh Gold Ion

BegerShield AirFresh Gold Ion
เบเยอร์ชิลด์ แอร์เฟรช โกลด์ ไอออน

 

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสีรักษ์โลกและการเลือกใช้ในบ้าน

Q1 : สีรักษ์โลกคืออะไร ต่างจากสีทั่วไปอย่างไร?
A1 : สีรักษ์โลก (Eco-friendly Paint) คือสีทาบ้านที่มีสารระเหยต่ำ (Low VOCs หรือ Zero VOCs) ปลอดภัยต่อสุขภาพ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต่างจากสีทั่วไปที่อาจปล่อยสารเคมีสะสมในอากาศภายในบ้าน

Q2 : สีรักษ์โลกช่วยให้บ้านเย็นขึ้นจริงหรือไม่?
A2 : สีรักษ์โลกประเภทสีทาภายนอกที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนช่วยลดอุณหภูมิผนังบ้านได้ ทำให้ภายในบ้านเย็นขึ้น ลดการใช้เครื่องปรับอากาศ และประหยัดพลังงานในระยะยาว

Q3 : สี Low VOCs สำคัญอย่างไรกับสุขภาพ?
A3 : สี Low VOCs  ช่วยลดการปล่อยสารเคมีอันตรายในอากาศ จึงปลอดภัยต่อระบบทางเดินหายใจ เหมาะกับบ้านที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่แพ้ง่าย และช่วยให้คุณภาพอากาศภายในบ้านดีขึ้น

Q4 : บ้านในประเทศไทยควรเลือกสีแบบไหนดีที่สุด?
A4 : บ้านในไทยควรเลือกสีที่เหมาะกับอากาศร้อนชื้น คือสีสะท้อนความร้อนสำหรับภายนอก และสีปลอดสารพิษ Low VOCs หรือ Zero VOCs สำหรับภายใน เพื่อช่วยลดความร้อน ป้องกันความชื้น และดูแลสุขภาพผู้อยู่อาศัย

Q5 : สีรักษ์โลกช่วยประหยัดค่าไฟได้จริงไหม?
A5 : หากเลือกสีที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน จะช่วยลดความร้อนสะสมในบ้าน ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลง จึงลดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

Q6: จะรู้ได้อย่างไรว่าสีที่ซื้อเป็นสีรักษ์โลกจริง?
A6: ตรวจได้จากค่า VOCs ที่ระบุบนกระป๋อง ฉลากเขียว ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 (สำหรับสีสะท้อนความร้อน) และข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ หากมีการรับรองจากองค์กรมาตรฐานย่อมน่าเชื่อถือกว่าคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว

SHARE :
Please select the search topic and type related keywords